คุรุสภามีประวัติอันยาวนาน เริ่มตั้งแต่เสนาบดีคนแรกของกระทรวงศึกษาธิการ เจ้าพระยาภาสกีวงศ์ (พร บุนนาค) ได้จัดตั้ง “วิทยาทานสถาน” ขึ้นในกรุงเทพมหานคร เมื่อ พ.ศ. 2438 ทำการฝึกอบรมครูโดยให้นายสนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา (เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี) เป็นผู้ให้การอบรม อีก 5 ปี ต่อมาวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2543 วิทยาทานสถานได้ย้ายมาตั้งที่วัดใหม่วินัยชำนาญ (วัดเทพพลู) แขวงบางกอกน้อย ธนบุรี โดยใช้ชื่อว่า “สภาไทยาจารย์” ปี 2445 ย้ายมาตั้งที่โรงเรียนทวีธาภิเศก ในบริเวณวัดอรุณราชวราราม จังหวัดธนบุรี ให้ชื่อว่า “สามัคยาจารย์สโมสรสถาน” โดยมีเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี(ม.ร.ว.เปีย มาลากุล) ซึ่งสมัยนั้นยังมีบรรดาศักดิ์เป็นพระยาวิสุทธ สุริยศักดิ์ อธิบดีกรมศึกษาธิการ เป็นสภานายกคนแรกในปีต่อมา พ.ศ. 2446 ได้ย้ายสโมสรนี้ข้ามฟากมายังฝั่งพระนคร โดยตั้งอยู่ในโรงเรียนมัธยมวัดราชบูรณะ (โรงเรียนสวนกุหลาบปัจจุบัน) และในปี พ.ศ. 2447 จึงได้จัดตั้งเป็นรูปสมาคมที่สมบูรณ์ ชื่อว่า “สามัคยาจารย์สมาคม” โดยมีวัตถุประสงค์ใหญ่ 3 ประการ คือ การให้สมาคมนี้เป็นแหล่งวิทยาการของครูอาจารย์ เป็นที่สังสรรค์สโมสรของครูอาจารย์ โดยเฉพาะครูรุ่นใหม่ให้ได้ฝึกหัดการสมาคม และให้เป็นสโมสรกีฬา ดนตรี และการบันเทิงของครูสมาคมนี้มีทั้งกรรมการโดยตำแหน่ง และกรรมการโดยเลือกตั้งจากครู ในปี พ.ศ. 2447 สามัคยาจารย์สมาคมได้รับช่วงเอาหนังสือพิมพ์ วิทยาจารย์ ซึ่งเดิมออกโดยโรงเรียนฝึกหัดอาจารย์มาเป็นหนังสือของสมาคมและให้สมาชิกของสมาคมมีสิทธิได้รับหนังสือวิทยาจารย์ หนังสือวิทยาจารย์นี้นับเป็นนิตยสารรายเดือนทางวิชาชีพที่เก่ายั่งยืนนานที่สุดฉบับหนึ่งมาจนบัดนี้ สามัคยาจารย์สมาคมในสมัยนั้นจึงเป็นสมาคมวิชาชีพครูอันมีเกียรติและเกียรติคุณของสมาคมก็ยิ่งสูงเด่นยิ่งขึ้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งยังดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธสยามมกุฎราชกุมาร มีพระมหากรุณาธิคุณทรงรับสามัคยาจารย์สมาคมไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อ พ.ศ. 2448 เมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 จัดตั้ง “คุรุสภา” ขึ้นเป็นสภาในกระทรวงศึกษาธิการ โดยที่คุรุสภามีวัตถุประสงค์และความมุ่งหมายกว้างขวาง ครอบคลุมกิจการของสมาคมมาเป็นคุรุสภา และให้จัดตั้งสโมสรสามัคยาจารย์สมาคมขึ้นใหม่เป็นแผนกหนึ่งของคุรุสภา

คุรุสภาตามพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 มีหลักการ 3 ประการคือ 1) เพื่อเป็นสภาที่ปรึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ 2) เพื่อช่วยฐานะครู 3) เพื่อให้ครูปกครองครู ต่อมาเมื่อมีการตราพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เพื่อปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ คุรุสภาได้ปรับบทบาทใหม่ โดยมีการตราพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรการศึกษา พ.ศ. 2546 เป็นกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา มีเหตุผลสำคัญเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของการจัดตั้งคุรุสภาให้เป็นสภาวิชาชีพครูต่อไป พระราชบัญญัติสภาครู ฯ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 12 มิถุนายน 2546 กำหนดให้มีองค์กรวิชชาชีพ 2 องค์กร คือ สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียกว่า “คุรุสภา” มีฐานะเป็นเป็นนิติบุคคล อยู่ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ meหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมและรักษามาตรฐานวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา อีกองค์กรหนึ่ง คือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา มีฐานะเป็นนิติบุคคล อยู่ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2558 ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2558 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยให้กรรมการคุรุสภา แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ซึ่งอยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับพ้นจากตำแหน่ง และมิให้มีการแต่งตั้งบุคคลขึ้นมาแทนที่โดยให้คณะกรรมการคุรุสภาตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น เป็นกรรมการ และให้เลขาธิการคุรุสภา เป็นเลขานุการ นอกจากนี้ ให้เลขาธิการคุรุสภา ซึ่งอยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับหยุดการปฏิบัติหน้าที่ไปก่อนจนกว่าหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในระดับเดียวกันขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา